Posted On April 24, 2026

รู้จักประจวบคีรีขันธ์ เมืองสามอ่าว

mentalwellbeing2681@gmail.com 0 comments
อำเภอเมิองประจวบคีรีขันธ์

ประวัติประจวบคีรีขันธ์ ย้อนรอยเมืองหน้าด่านโบราณ สู่มนต์เสน่ห์เมืองสามอ่าว

ความเป็นมาของประจวบคีรีขันธ์ในอดีตและที่มาของชื่อจังหวัด

หากศึกษาย้อนดู ประวัติประจวบคีรีขันธ์ จะพบว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา พื้นที่แถบนี้เคยเป็นที่ตั้งของเมืองเล็กๆ 3 เมือง ได้แก่ เมืองกุย เมืองปราณ และเมืองคลองวาฬ จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง “เมืองบางนางรม” ขึ้นที่ปากคลองบางนางรม แต่เนื่องจากพื้นที่ไม่เอื้ออำนวย ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายที่ทำการเมืองมาตั้งที่เมืองกุย และพระราชทานนามเมืองใหม่ว่า “เมืองประจวบคีรีขันธ์” ซึ่งมีความหมายอันไพเราะว่า “เมืองที่เหมาะสมกับหมู่ขุนเขา” เนื่องจากเป็นเมืองที่มีทิวเขาตะนาวศรีสลับซับซ้อนทอดยาวเป็นปราการธรรมชาตินั่นเอง

พลิกปั้นหน้าประวัติศาสตร์สู่ “เมืองสามอ่าว” อันเลื่องชื่อ

คำว่า “เมืองสามอ่าว” กลายมาเป็นฉายาและเอกลักษณ์ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากบริเวณอำเภอเมืองมีแนวชายฝั่งทะเลที่โค้งเว้าเข้าหากันอย่างงดงามถึง 3 อ่าวติดต่อกัน ซึ่งประกอบไปด้วย:

  • อ่าวน้อย: อ่าวขนาดเล็กทางตอนเหนือสุด บรรยากาศเงียบสงบ เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้านดั้งเดิม
  • อ่าวประจวบ: อ่าวที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นอ่าวที่กว้างใหญ่ มีทิวทัศน์ที่สวยงามของเกาะแก่งต่างๆ และมีสะพานสราญวิถีเป็นแลนด์มาร์กเด่น
  • อ่าวมะนาว: อ่าวรูปโค้งครึ่งวงกลมคล้ายผลมะนาว ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของกองบิน 5 มีหาดทรายขาวสะอาดและน้ำทะเลใส เหมาะแก่การเล่นน้ำ

ด้วยความมหัศจรรย์ทางภูมิศาสตร์ที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นนี้ จึงทำให้ประจวบคีรีขันธ์กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเลที่มีทัศนียภาพโดดเด่นไม่ซ้ำใครในประเทศไทย

เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ วีรกรรมกองบิน 5

นอกจากความงามทางธรรมชาติแล้ว ในหน้า ประวัติประจวบคีรีขันธ์ ยังมีบันทึกวีรกรรมความกล้าหาญอันยิ่งใหญ่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 กองทัพญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่บริเวณอ่าวมะนาวเพื่อใช้เป็นเส้นทางผ่านไปยังประเทศพม่า ทหารอากาศไทยแห่งกองบิน 5 พร้อมด้วยข้าราชการและชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมมือกันต่อสู้ป้องกันอธิปไตยของชาติอย่างสุดกำลัง กลายเป็น “วันวีรกรรม 8 ธันวาคม 2484” ซึ่งมีการจัดงานรำลึกเป็นประจำทุกปี เพื่อยกย่องความกล้าหาญของเหล่าวีรบุรุษผู้สละชีพเพื่อชาติ

แนะนำที่เที่ยวไฮไลต์: วัดธรรมิการาม (เขาช่องกระจกและสะพานสราญวิถี

หากมาเยือนเมืองสามอ่าว พิกัดใจกลางเมืองที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ อ่าวประจวบ และ สะพานสราญวิถี สะพานเฉลิมพระเกียรติสีแดงโดดเด่นที่ยื่นลงไปในทะเล

  • ไฮไลต์ห้ามพลาด: ในช่วงเช้าสามารถมาเดินรับลมชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือขอบฟ้าทะเลอ่าวประจวบได้อย่างงดงาม หรือในช่วงเย็นสะพานแห่งนี้จะกลายเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจ เดินเล่น ถ่ายรูปเช็คอิน และมีตลาดนัดถนนคนเดินเปิดบริการให้ลิ้มลองอาหารพื้นเมืองและอาหารซีฟู้ดรสเลิศในวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย
  • พิกัด Google Map: สะพานสราญวิถี และ วัดธรรมิการาม (เขาช่องกระจก)
เมิองประจวบ เมืองสามอ่าว
สะพานสะราชวิถีประจวบคีรีขันธ์
เขาช่องกระจกประจวบคีรีขันธ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

“ศูนย์การเรียนรู้ป่าชายเลนสิรินาถราชินี”

ศูนย์การเรียนรู้ป่าชายเลนสิรินาถราชินี: มหัศจรรย์ผืนป่าฟื้นชีวิต สวรรค์แห่งความผ่อนคลายและเวลเนส ความเป็นมาของศูนย์การเรียนรู้ป่าชายเลนสิรินาถราชินี: จากนากุ้งร้างสู่ป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ ศูนย์การเรียนรู้ป่าชายเลนสิรินาถราชินี คือต้นแบบแห่งความสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินที่เคยเสื่อมโทรมจากการทำนากุ้งร้าง ให้กลับกลายมาเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์อย่างน่าอัศจรรย์ โดยผืนป่าแห่งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมายังอำเภอปราณบุรี ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.…

ส่องสัตว์ป่ากว้าง“อุทยานแห่งชาติกุยบุรี”

เวลามา เที่ยวประจวบ นอกจากการไปเดินเล่นตามชายหาดชื่อดังที่วุ่นวายแล้ว อีกหนึ่งสถานที่ที่เป็นไฮไลต์ระดับแลนด์มาร์กสำหรับคนรักธรรมชาติและอยากสัมผัสความยิ่งใหญ่ของผืนป่าก็คือ “อุทยานแห่งชาติกุยบุรี” ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ทัศนียภาพของขุนเขาและการมาชมโขลงช้างป่าหรือฝูงกระทิง แต่ยังเป็นพิกัด ท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะจิต ที่จะช่วยยกระดับจิตใจของคุณให้ผ่องใส ร่มเย็น และเป็นศูนย์รวมความผ่อนคลายของคนที่ต้องการหนีความวุ่นวายมาเยียวยาจิตใจอย่างแท้จริง ความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีประวัติความเป็นมาและเรื่องเล่าสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน…

ความสงบใต้ร่มเงาถ้ำ วัดเขาถ้ำม้าร้อง

ความเป็นมาของวัดเขาถ้ำม้าร้อง วัดเขาถ้ำม้าร้อง มีประวัติความเป็นมาและเรื่องเล่าสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน เดิมทีบริเวณนี้ตามตำนานเล่าว่าเคยมีม้าวิ่งล้มหายเข้าไปในถ้ำ และชาวบ้านมักจะได้ยินเสียงม้าร้องระงมออกมาจากภายในถ้ำบ่อยครั้ง จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกติดปากของชาวบ้าน นอกจากนี้ภายในถ้ำยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เคยแห้งแล้ง ซึ่งน้ำจากบ่อนี้ยังเคยถูกนำไปใช้ในพิธีบรมราชาภิเษกอีกด้วย ตัววัดและถ้ำได้รับการพัฒนาและจัดสรรพื้นที่ให้มีความสงบ ผสมผสานศิลปะทางศาสนาและเรื่องราวเล่าขานในอดีตได้อย่างงดงาม จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวมอง รายละเอียดสถานที่และพิกัด ที่ตั้ง: หมู่ที่ 1…