เวลามา เที่ยวประจวบ นอกจากการไปเดินเล่นตามชายหาดชื่อดังที่วุ่นวายแล้ว อีกหนึ่งสถานที่ที่เป็นไฮไลต์ระดับแลนด์มาร์กสำหรับคนรักธรรมชาติและอยากสัมผัสความยิ่งใหญ่ของผืนป่าก็คือ “อุทยานแห่งชาติกุยบุรี” ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ทัศนียภาพของขุนเขาและการมาชมโขลงช้างป่าหรือฝูงกระทิง แต่ยังเป็นพิกัด ท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะจิต ที่จะช่วยยกระดับจิตใจของคุณให้ผ่องใส ร่มเย็น และเป็นศูนย์รวมความผ่อนคลายของคนที่ต้องการหนีความวุ่นวายมาเยียวยาจิตใจอย่างแท้จริง
ความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีประวัติความเป็นมาและเรื่องเล่าสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน จากผืนป่าที่เคยผ่านการสัมปทานและเผชิญปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าในอดีต แต่ด้วยพระบารมีและแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ผืนป่าแห่งนี้ได้รับการพัฒนา ฟื้นฟู และอนุรักษ์อย่างจริงจัง จนกลายเป็นผืนป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์ ผสมผสานวิถีธรรมชาติและระบบนิเวศที่เรียงรายอย่างวิจิตรบรรจง จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวมองและได้รับการขนานนามว่าเป็น “ซาฟารีเมืองไทย” ที่ฝูงสัตว์ป่าสามารถอาศัยอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างเกื้อกูลและงดงาม
📍 รายละเอียดสถานที่และพิกัด
- ที่ตั้ง: ที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ซอยบ้านย่านซื่อ ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- การเดินทาง: จากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ ขับรถขึ้นมาทางทิศเหนือ (หรือลงใต้มาจากหัวหินประมาณ 1 ชั่วโมง半) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่อำเภอกุยบุรี ขับไปตามเส้นทางมุ่งหน้าสู่เขื่อนกุยบุรีและบ้านย่านซื่อ เส้นทางเดินทางขับสบาย มีป้ายบอกทางชัดเจน และมีพื้นที่จอดรถสะดวกสบายรอบบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ครับ สำหรับการเข้าไปชมสัตว์ป่าจะต้องใช้บริการรถกระบะนำเที่ยวของชุมชนเพื่อความปลอดภัยคะ
กิจกรรมไฮไลต์ ไปแล้วทำอะไรบ้าง?
เมื่อเดินทางมาถึง ที่เที่ยวประจวบ แห่งนี้แล้ว มีกิจกรรมทางกายและทางจิตใจให้ทำมากมาย:
- นั่งรถกระบะเปิดประทุนส่องช้างป่าและกระทิง: ไฮไลต์สำคัญของสายธรรมชาติและผู้ที่ต้องการพลังใจ คือการนั่งรถเข้าไปยังจุดชมสัตว์ป่าบริเวณโป่งสลัดได เพื่ออธิษฐานจิตขอความสุขและความตื่นตาตื่นใจ ยามที่ได้เห็นโขลงช้างและฝูงกระทิงนับร้อยตัวออกหากินตามธรรมชาติในบรรยากาศที่ละเอียดและประณีตมาก
- ชมวิวทิวทัศน์เทือกเขาตะนาวศรี: ยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ทอดสายตามองขุนเขาสลับซับซ้อนที่โอบล้อมผืนป่ากุยบุรีในมุมมองที่ละเอียดและประณีตมาก
- เรียนรู้ระบบนิเวศกับไกด์ชุมชน: ฟังเรื่องเล่าการอนุรักษ์ป่าและพฤติกรรมสัตว์ป่าจากพี่ ๆ ชาวบ้านในพื้นที่เพื่อรับแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตที่ละเอียดและประณีตมาก
- นั่งรับลมชมพระอาทิตย์ตกดินกลางหุบเขา: เนื่องจากจุดชมสัตว์ป่าเป็นพื้นที่โล่งกว้างขวาง หลังจากทำกิจกรรมเสร็จสามารถนั่งรับลม ฟังเสียงธรรมชาติ และชมแสงสุดท้ายของวัน เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ต่อได้ทันที
ไปที่นี่… ต้องเอาอะไรไปบ้าง? (Checklist)
- ชุดโทนสีธรรมชาติระบายอากาศได้ดี: แนะนำเสื้อผ้าโทนสีกลมกลืนกับป่า เช่น สีเขียว ขี้ม้า น้ำตาล หรือเทา ระบายอากาศได้ดีเพื่อไม่ให้รบกวนสัตว์ป่า ช่วยให้เคลื่อนไหวสะดวกและถ่ายรูปขึ้นมาก
- แว่นกันแดด หรือหมวก: แสงแดดช่วงบ่ายที่ตกกระทบทุ่งหญ้ากว้างอาจทำให้สายตาพะวักพะวน การมีแว่นกันแดดและหมวกจะช่วยให้เดินชมความงามรอบอุทยานฯ ได้สบายตาขึ้น
- กล้องถ่ายรูป/โทรศัพท์มือถือ หรือกล้องส่องทางไกล: เตรียมพื้นที่เก็บข้อมูลไว้เยอะ ๆ และหากมีเลนส์ซูมหรือกล้องส่องทางไกลจะดีมาก เพราะมุมธรรมชาติและฝูงสัตว์ที่นี่สวยงามตื่นตาตื่นใจทุกมุม
- จิตใจที่นอบน้อมและปล่อยวาง: พร้อมเปิดรับพลังงานดี ๆ ปฏิบัติตามกฎของอุทยานฯ ไม่ส่งเสียงดัง และรับความร่มเย็นภายในผืนป่ากุยบุรี
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี กับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะจิต (Mental Wellness)
สลายความกังวลด้วยพลังแห่ง Green Space (ธรรมชาติบำบัด): การได้พาตัวเองมาอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ ทุ่งหญ้ากว้าง และฟังเสียงนกร้อง ช่วยให้ผู้จาริกบุญรู้สึกปล่อยวางความกังวลเกี่ยวกับอนาคตหรือปัญหาที่แก้ไม่ตก การมองพื้นที่สีเขียวและการทำสมาธิผ่านธรรมชาติ (Shinrin-yoku หรือการอาบป่า) ตามหลักจิตวิทยาช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) และเพิ่มระดับความหวัง (Hope) ในจิตใจ
- Awe Therapy (ความรู้สึกทึ่งบำบัด): การได้ยืนมองความยิ่งใหญ่ของโขลงช้างป่าและฝูงกระทิงที่ใช้ชีวิตอย่างอิสระตัดกับผืนป่ากว้างและทิวเขาสุดสายตา ทัศนียภาพที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ช่วยให้มนุษย์รู้สึกว่าตัวเราและปัญหาของเรานั้นเล็กนิดเดียว ช่วยลดความหมกมุ่นในปัญหาตัวเอง และสร้างความรู้สึกอิ่มเอมใจ
“หากช่วงนี้ชีวิตคุณกำลังเจออุปสรรค หรือหัวใจกำลังเหนื่อยล้าจากเรื่องรอบตัว… ลองเคลียร์วันว่างแล้วมาเติมพลังใจที่ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี กันครับ มาปล่อยใจไปกับสายลมกลางหุบเขา สูดกลิ่นอายดินป่าฝนเย็น ๆ และส่องสัตว์ป่าอย่างเพลิดเพลินเพื่อขจัดอุปสรรคและเติมความสว่างไสวให้สติปัญญา ให้ทริป เที่ยวประจวบ ครั้งนี้ เป็นทริปที่คืนความสุขภาวะจิตที่แข็งแกร่ง และมอบความราบรื่นให้ชีวิตคุณอีกครั้ง… แล้วพบกันที่กุยบุรีย์นะคะ”
สามารถตามไปได้ที่ :อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
ดูเพิ่มเติมได้ที่
IG : ฮีลใจประจวบ
TIKTOK : ฮีลใจประจวบ
YOUTUBE : ฮีลใจประจวบ


